เที่ยวตลาดคริสมาสต์ในยุโรป 2017 (2) – Amsterdam รอบสอง

17.12.2017 มาถึงอัมสเตอร์ดัมที่สถานี Sloterdijk ก็เข้าไปหาอะไรกินในสถานี สถานีนี้ชั้นสองมีทางเดินนอกอาคารทาสีรุ้งสวยมากจนคิดว่างานไพรด์ สิ่งที่ตั้งใจไว้คือของทอดต่างๆในตู้ ราคาตกชิ้นละ1.7 ยูโร วิธีซื้อคือเราต้องหยอดเหรียญหรือเสียบบัตรเครดิตแล้วถึงจะสามารถเปิดหยิบออกมาได้ รอบที่แล้วพลาด รอบนี้มาแล้วก็ไม่อยากให้เสียเที่ยว จัดไปสองอัน มันเหมือนกับมันฝรั่งหรือเนื้อบดแล้วชุดแป้งทอด จริงๆมีอีกหลายอย่างมากแต่สองอันพอประทังชีวิตได้แล้ว ไว้ไปในเมืองค่อยว่ากันใหม่ จะเข้าเมืองก็ต้องซื้อบัตรรถ เราไม่ได้หาข้อมูลกันมาก็เปิดหาตอนนั้นเลย ประชุมพร้อมเดินไปเดินมากันสักพักก็ตกลงว่าซื้อแบบ 2 วัน แอบแพงแต่หลังจากซื้อมาก็ไม่เสียดายแล้วเพราะคุ้มมากจริงๆทั้งบัสทั้งแทรม จากสถานีมาโรงแรมต่อเดียวโดยแทรม พอเก็บของเสร็จก็ไปกินอาหารไทยเพราะอยากมาก เจอร้านดีด้วยเพราะมีคนทำเป็นคนไทยแต่เหมือนเจ้าของจะเป็นฝรั่งและแต่งร้านไม่พิมพ์นิยมเหมือนร้านอาหารไทยในต่างแดน ที่นี่แต่งแบบสบายๆ เบา โปร่งๆ โมเดิร์น เราเริ่มไปเดินเล่นกันแถว Rijk Museum ตอนนั้นมันก็มืดแล้วแต่ด้านหลังที่เคยเป็นสระน้ำตอนนี้เป็นลานสเก็ตน้ำแข็ง พอดีเราอยู่บนสะพานที่มองลงไปดูเขาเล่นสเก็ตกัน แล้วมีเด็กเปรตโยนหิมะมาใส่คนคู่นึงซึ่งอยู่บนสะพานเหมือนเรา จนนางปรี๊ดแตกและด่าไป คืนนี้แพลนไว้ว่าจะไปย่านโคมแดง ไปถึงแล้วเกร็งมากทั้งๆที่คนก็เยอะ ไม่กล้าถ่ายรูปเพราะได้อ่านมาว่าไม่ควร อีกอย่างคืนนั้นฝนตก ถึงถ่ายได้ก็คงไม่เอากล้องออกมาตากฝนแน่ๆ ย่านนั้นก็มีสาวๆในบ้านที่หน้าบ้านทำเป็นกระจกแล้วแบ่งเป็นล็อคๆ มีผ้าม่านพร้อม คิดว่าผ้าม่านที่ปิดอยู่คือกำลังให้บริการ พอฝนตกไม่หยุดก็มุ่งหน้าไปที่ร้านเซ็กส์ช็อป เพื่อนสาวอยากได้ชุดชั้นในกระชากใจชาย แถวนั้นมีหลายร้าน แต่ดูไปดูมาเหมือนรับมาจากที่เดียวกัน ฝนทำให้เราเดินดื่มด่ำบรรยากาศย่านโคมแดงไม่ได้เลยต้องรีบวิ่ง ออกไปที่ลานในเมืองแล้วไปรอแทรมกลับโรงแรม คืนนั้นได้เค้กกัญชามาคนละชิ้น กินแล้วไม่เห็นเกิดอะไรขึ้น อีกอย่างพึ่งได้กลิ่นกัญชาครั้งแรกตอนแรกคิดว่าใครมันทำสวนเอาปุ๋ยมาใส่ต้นไม้หน้าโรงแรม สรุปเขานั่งดูดกันสองสามคนเลยเดาว่าคงเป็นกลิ่นกัญชา     … Continue reading เที่ยวตลาดคริสมาสต์ในยุโรป 2017 (2) – Amsterdam รอบสอง

Advertisements

เที่ยวตลาดคริสมาสต์ในยุโรป 2017 (1) – Brussels + Brugges

ตอนเขียนเรื่องนี้ก็หลังจากไปเที่ยวได้ปีนึงพอดี...ยิ่งโตขึ้นยิ่งรู้ซึ้งถึงคำว่าเวลามักผ่านไปไวเสมอ ตอนนั้นไปเรียนภาษาที่ลียงฝรั่งเศสแล้วมีวันหยุดสองอาทิตย์ปลายปี เลยวางแผนไปเที่ยวคริสมาสต์กับเพื่อนสาวที่อยู่ปารีส ตอนนั้นจำได้ว่าไม่ค่อยอยากไปเพราะว่าเพื่อนสาวอยากไปเบลเยียมกับเนเธอแลนด์ ซึ่งเราไปมาแล้วเมื่อสามปีก่อน แต่ตอนหลังก็ตกลงเพราะคิดว่านอนอยู่ในหอรูหนูที่ลียงสองอาทิตย์คงบ้าตายแน่ๆ เราวางแผนกัน จะว่าลำบากก็ลำบากเพราะอยู่กันคนละเมือง ไม่มีใครสนใจจนกระทั่งสองปาทิตย์ก่อนวันหยุด เราก็จองเกือบทั้งหมดภายในคืนเดียว ที่ยากสุดเห็นจะเป็นโรงแรมเพราะตอนนั้นเราไปกันหลายเมือง เมืองที่เป็นปัญหาสุดคือโกลมาร์ (Colmar) เพราะโรงแรมเต็มหมด อ อ ก เ ดิ น ท า ง   ป า รี ส   -  บ รั ส เ ซ ล ส์  16.12.2017 เริ่มทริปด้วยการตกรถ แล้วบังเอิญที่ดันขึ้นรถไฟไปสถานีรถบัสขบวนเดียวกันกับเพื่อนสาวโบกี้เดียวกันอีก สรุปไม่ทันทั้งคู่ ต้องจองบัสใหม่ราคาก็แพงกว่าเดิมแต่ชีวิตต้องเดินหน้า เราจองผ่านแอพและต้องเปลี่ยนไปอีกสถานีบัสอีกที่ ระหว่างทางมีเรื่องลุ้นอีกคือแทกซี่ไม่รู้ทาง กลัวตกรถอีกรอบ แต่สุดท้ายก็รอดมาได้อย่างปาฏิหารย์ จากปารีสไปบรัสเซลส์ด้วยรถบัสใช้เวลาไม่นาน พอทนได้หลับๆตื่นๆไปตลอดทาง เรานอนโรงแรม Nekotel Concept Art Hotel แถว Gare du Midi … Continue reading เที่ยวตลาดคริสมาสต์ในยุโรป 2017 (1) – Brussels + Brugges

อิตาลี 1 :โรม – วาติกัน ย้อนอดีตอารยธรรมฝรั่งมังค่า Italy 1 : Rome – Vatican

หลังจากนอนในสนามบินที่มอสโควอย่างไม่เต็มอิ่ม ก็ถึงเวลาขึ้นเครื่องไปโรมซะที ตอนเช้าว่าจะหาอะไรกินซะหน่อยแต่ แม่เจ้า!!! ของแพงมาก แต่ก็เลือกร้านถูกๆซื้อขนมปังและน้ำกิน ค่อยหายหิวหน่อย บนเครื่องก็ได้กินอาหาร แต่รอบนี้รู้สึกคลื่นไส้ รอบที่แล้วบินมากับ Aeroflot แต่ไม่รู้สึกเลี่ยนอาหารแบบครั้งนี้ พอมาลงที่สนามบิน FCO หรือ Fiumicino ที่โรมก็ผ่านตม.มาอย่างง่ายดาย แอบงงมาก เจ้าหน้าที่เรียกได้ว่าตะวัดหางตาใส่พาสปอร์ตแล้วก็ไม่ได้มองอีกเลย แล้วก็ยิ้มให้เป็นสัญญาณว่าเข้าไปได้ รอดด่านแรกมาได้ก็แอบหวั่นว่ากระเป๋าจะตกเครื่องแบบสองปีก่อนไหมน้า หลังจากอัพเตตัสเฟสบุ๊คว่ารอกระเป๋านาน กระเป๋าก็มาพอดี เดินไปตามป้ายไปหารถไฟเข้าโรม   ตอนนั้นจำได้ว่าเป็นโหมดระวังตัวสุดๆถึงแม้จะป้องกันอย่างดี เพราะได้ยินและได้อ่านมาว่าแม้แต่สถานีรถไฟก็ยังมีขโมยขโจร แต่ตอนนั้นก็รอดมาได้ด้วยดี ซื้อตั๋วกับเจ้าหน้าที่และเอาตั๋วไปตื๊ดที่เครื่องก่อนขึ้น ไม่งั้นจะโดนปรับ เรานั่งตรงที่วางกระเป๋าเลยแล้วก็ชาร์จแบตมือถือและกล้องระหว่างเข้าเมือง หลังจากมาถึงโรมนั้นก็มีหลายเหตุการณ์ประดังประเดแต่ขอข้ามไปหลังจากเก็บของเสร็จและออกเดินเล่นบ่ายนั้นเลย เดินไปเรื่อยๆตามแผนที่ที่โฮสเทลให้มา แถมเดินหลงอีกต่างหาก เห้ออ เป็นคนชอบเที่ยวแต่ไม่เคยอ่านแผนที่แม่นสักรอบถึงแม้จะใช้กูเกิลแมพก็ตาม แต่ก็ไปเจอที่ที่ไม่ได้คิดว่าจะไปเช่นซุ้มยักษ์ที่มีน้ำพุสิงโต หรือแยกน้ำพุที่มีน้ำพุสี่มุม ตอนนั้นพยายามหาน้ำพุเทรวี่ แต่แผนที่งงมาก สรุปคือมันเป็นทางบันไดทีต้องลงไปแล้วเดินไปนิดนึง ลองเสี่ยงดู สรุปเจอ หายเหนื่อย คนเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นเด็กมาทรรศนะศึกษา ดูได้สักพัก็เดินไปซื้อเจลาโตกิน ร้านไม่ได้ดังอะไรมากแค่อยู่ใกล้ๆ รสชาติเหมือนไอติมที่สามารถหากินได้ในไทยเพราะตอนนั้นสั่งรถส้มไป แล้วละลายเร็วมากก มือเหนียวไปหมด กิเนเสร็จก็เดินกลับที่พัก วันนั้นไม่ได้ใช้เงินค่ารถไฟเลยเพราะเป็นคนรักการเดินและขี้เหนียว     … Continue reading อิตาลี 1 :โรม – วาติกัน ย้อนอดีตอารยธรรมฝรั่งมังค่า Italy 1 : Rome – Vatican

ร้านไข่มุกป้าเฉื่อยที่ Lyon – My Tea

อยู่ลียงมาหกเดือนแล้วพึ่งจะเจอสมาคมคนไทย ประกอบด้วยรุ่นน้องธรรมศาสตร์เอกฝรั่งเศสทั้งนั้น วันนี้เรานัดกันอีกหลังจากเมื่อวานเราไปกินร้านอาหารเกาหลีกันมา วันนี้เราจัดร้านชีสเค้กที่ใกล้กับโรงเรียนภาษาของเราและไปต่อด้วยชานมไข่มุก ร้านชานมเป็นร้านที่แคบมาก มีบาร์นั่งได้สี่คน ตอนไปคนแน่นสุดๆ หลายคนมาแล้วก็ท้อออกไป ร้านนี้มีคุณป้าจีนและคาดว่าน่าจะเป็นลูกชายช่วยกันขายสองคน คุณป้าพูดจีนและฝรั่งเศสได้และนางน่ารักมาก มีครั้งนึงนางหรือใครทำอะไรหล่นเสียงดังไม่รู้นางก็ทำท่าตกใจแรง เราก็แอบเม้ากับรุ่นน้องนางคงรู้นางก็ขำใส่ แถมนางทำเนียนใช้งานรุ่นน้องให้เอาหลอดใส่แก้วเพื่อให้คนอื่นหยิบ การทำนั้นนานมาก เลยเรียกว่าป้าเฉื่อยเลยเป็นที่มาของชานมไข่มุกป้าเฉื่อย   เมนูที่นี่มีถือว่าเยอะอยู่ เราสั่งแก้วปกติ 5 ยูโร ถ้าเพิ่มไข่มุขจะ +0.5 ยูโร และที่นี่จะใช่ฟองชีสมาด้านบน แต่เรากินแล้วเหมือนกะทิ แถมกินไปนานๆเลี่ยนมาก แต่เราสั่งชาเขียวมัทฉะ เจ้มจ้นมากกกก มีความรับรู้ถึงผงชาข้นคลั่กในปาก ขมเล็กน้อยแต่ทนได้ ที่นี่เขาไม่ใส่น้ำแข็งแต่เขาจะผสมไปตอนทำแล้วตักออกก่อนเสิร์ฟ จริงๆก็เฉยๆ แต่ถ้าให้กินอีกก็กินได้ ร้านอยู่หลังป้ายรถบัสแถว Hotel de Ville เลย

กินอาหารทะเลแบบฝรั่งเศส ร้าน L ‘ Arôme ณ Marseille

พฤศจิกายน 2017 ไปเที่ยวมาร์เซย Marseille ตอนวันหยุดเสาร์อาทิตย์ นั่งรถไฟจากลียงประมาณชั่วโมงครึ่ง ก็ถึง มาร์กเซยเป็นเมืองใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของฝรั่งเศสรองจากปารีส (อันดับ 3 คือลียง เมืองสุดที่รัก - ต้องอวยหน่อยเพราะอาศัยอยู่เมืองนี้) แดดดีมาก มาอยู่ฝรั่งเศสตอนช่วงหน้าหนาวพอดี เข้าใจแล้วว่าทำไมฝรั่งถึงบ้าแดดเหลือเกิน อยู่ลียงนี่แดดแทบไม่มีแถมฝนตก หนาวอีก มามาร์กเซยไม่ต้องกลัวแดดหมด (ไม่นับตอนกลางคืน) แดดออกตลอดเวลา ลมแรง เย็นสบายมากๆ อยากย้ายเมืองเลย อ่านจากโบรชัวร์ท่องเที่ยวของเมืองได้ใจความว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของฝรั่งเศส เมืองหลักของฝรั่งเศส สามเมืองที่พูดไปได้แก่ ปารีส - มาร์กเซย - ลียง ตามลำดับ เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุคโรมัน แต่มาร์กเซยเหมือนจะเก่ากว่าใครเพื่อน ด้วยความที่เป็นเมืองท่าตั้งแต่สมัยโบราณ อาหารทะเลเลยมีเยอะมาก ตอนเช้าเสาร์อาทิตย์ริมอ่าวจะมีชาวเมืองมาตั้งร้านขายอาหารทะเลสดๆกัน ได้บรรยากาศดีมาก แต่ด้วยความที่เป็นนักท่องเที่ยวเลยคิดว่าไปกินที่ร้านอาหารดีกว่า ร้านนี้ชื่อ L' Arôme จองมาก่อนล่วงหน้า โชคดีมากเพราะส่วนใหญ่ร้านดังๆจะต้องจองไม่งั้นอด มีหลายคนที่เข้ามาโดยไม่ได้จองก็ต้องคอพับกลับบ้านไป เพื่อนชาวไต้หวันที่เป็นเชฟกระตือรือร้นเรื่องอาหารการกินมาก ร้านนี้ไม่ได้มีดาวมิชลินแต่อย่างใดแต่มิชลินให้เป็นร้านแนะนำ ร้านมีที่นั่งไม่เยอะนับๆดูแล้วจุได้แค่สิบกลุ่ม แต่โต๊ะก็จะมีขนาดต่างๆกันไป มีสองชั้น ชั้นบนจะเป็นเหมือนชั้นลอย … Continue reading กินอาหารทะเลแบบฝรั่งเศส ร้าน L ‘ Arôme ณ Marseille

ตะลุยมอสโควแบบไม่กี่ชั่วโมง – Moscow… a few hours

สิ่งที่ทุกคนจะได้อ่านต่อจากนี้เป็นข้อความที่ยืดยาว เกี่ยวกับการนั่งเครื่องเพื่อไปลงมอสโคว ถ้าไม่อยากอ่านก็ข้ามไปหัวข้อที่ไปถึงมอสโควข้างล่างเลย การเดินทางครั้งนี้เดินทางโดยสายการบิน Aeroflot ซึ่งเราก็ใช้บริการมารอบนี้รอบที่สองแล้ว แต่พอไปบอกเพื่อนฝรั่งชาวเยอรมันหรือฝรั่งเศสมีแต่คนเบ้ปากใส่บอกว่าสายการบินนี้ไม่เสิร์ฟเบียร์บ้าง ระวังเครื่องตกบ้าง มันห่วยมากบ้าง แต่เอาจริงๆเราเฉยๆ รอบที่แล้วก็ดีทุกอย่าง อาหารก็ดี บริการก็ดีขออะไรก็ได้ ก่อนจะขึ้นเครื่องเราต่อแถวตรวจกระเป๋าที่สุวรรณภูมินานมาก แถวยาวขดแล้วได้สี่ห้าตลบ พอออกมาได้ก็รีบวิ่งเลย เกือบตกเครื่อง มีครอบครัวฝรั่งวิ่งหอบลูกน้อยมาถึงพร้อมๆกับเรา ตอนนั้นรู้สึกรอดแล้ว คนยังขึ้นเครื่องไม่หมด   การเดินทางไปมอสโควครั้งก่อนแค่ทรานซิทไม่ถึงชั่วโมง แต่คราวนี้ตั้งใจจะไปเข้าเมืองด้วยเลยจองทรานซิทไปสิบกว่าชั่วโมงไปถึงมอสโควสนามบิน SVO หรือชื่อภาษารัสเซีย(ที่ป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าออกเสียงกว่ายังไง)ว่า Sheremetyevo Airport ตอนเวลาบ่ายสี่โมงกว่าๆ พอออกจากเครื่องแล้วก็รีบเดินแซงชาวบ้านชาวช่องเพื่อไปยังตม.ก่อน ตอนไปถึงรอบนี้เริ่มไม่มั่นใจว่าจะไปช่องไหนเพราะมันมีช่องทรานซิทและช่องเข้ามอสโคว แต่เราจะมาทรานซิทโดยเข้าไปเที่ยวมอสโควเลยไปลองต่อแถวที่ช่องเข้ามอสโคว เจ้าหน้าที่หน้าเด็กมาก สวยแบบ Femme Fatale เหมือนนางเอกสายลับ ผู้หญิงประเทศนี้ขนาดตำรวจยังสวย พอเรายื่นพาสปอร์ตพร้อมกับตั๋วเครื่องบินให้ดู นางก็ตรวจแล้วก็เงยมาถามว่ามีไฟลท์ไปโรมนี่ เราก็บอกว่าใช่ แต่เวลาบินคือพรุ่งนี้ ตอนนั้นก็ลุ้นๆ แล้วนางก็ถามว่าจะเข้าไปเที่ยวมอสโควใช่มิ เราบอกใช่นางก็ให้เขียนอะไรนิดนึงแล้วก็ให้ผ่าน ง่ายมาก พอออกมา ก็เดินมาชั้นที่มีทางเดินไปยัง Aeroexpress ซึ่งเป็นรถไฟจากสนามบิน SVO เข้าเมืองมอสโคว เ ข้ า ม … Continue reading ตะลุยมอสโควแบบไม่กี่ชั่วโมง – Moscow… a few hours

เที่ยวคันไซ Part 5 : วันสุดท้ายที่ปราสาทโอซาก้า

วันนี้ไม่ได้เขียนบันทึกไว้ จะพยายามขุดคุ้ยข้อมูลความทรงจำในสมองส่วนลึกๆออกมาให้ได้มากที่สุดเพื่อจะเขียนตอนนี้ 9 Dec 2017 วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว และคืนนี้ต้องนั่งเครื่องบินกลับบ้าน ตอนเช้าเลยเช็คเอ้าท์และฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม ถึงแม้จะต้องกลับบ้านแต่ก็มีเวลาวันนึงเต็มๆ วันนี้เรามีจุดหมายสำคัญจุดเดียวคือปราสาทโอซาก้า ส่วนที่นอกเหนือจากนั้นคือไม่ได้วางแผนไว้ อยากไปก็ไป เรานั่งรถไฟอะไรสักอย่างจากที่พักไปลงแถวปราสาทโอซาก้าเลย นานเหมือนกัน เรามาลงตรงแถวสวนสาธารณะหนึ่งแล้วต้องเดินตัดไปเพื่อไปปราสาทโอซาก้า เพื่อนเราบอกว่านางมาหลายรอบแล้ว แต่ไม่เป็นไร ไปอีกรอบก็ได้ ที่นี่ฝรั่งเยอะเหมือนกัน ข้างในปราสาทเป็นพิพิธภัณฑ์มีเครื่องใช้ เช่น ชุดเกราะ ชุดพิธี หรืออาวุธ โชว์ให้ดู ชอบมากก ชุดเกราะสวยมากมีความละเมียด และดีไซน์แปลกๆเยอะมากจนสงสัยว่าจะใส่ไปรบได้จริงหรอ พอดูเสร็จก็เดินผ่านสวนสาธารณะกลับไปขึ้นรถที่สถานีเดิม เดินไกลมากก จากนั้นเราก็นั่งไปลงอุเมดะ (Umeda) เพื่อหาอะไรกินและเดินเล่นแถวๆนั้น เราได้เข้าห้างห้างนึงมีทุกอย่างตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า มือถือ เหนื่อยมาก แต่ก็ไม่มีใครได้อะไร พอเหนื่อยเราก็เดินไปยังอีกห้าง ลืมชื่อไปแล้ว มันจะมีชิงช้าสวรรค์อยู่บนห้าง เรามานั่งกินขนมหวานกันเพื่อรอเวลากลับไปเอากระเป๋าที่ที่พัก ออกจากอุเมะดะกลับมาที่พักก็ยังเหลือเวลา เลยบอกเพื่อนว่าอยากไปเดินเล่นแถวหอคอยสมัยสงครามโลก จะได้ไปถ่ายรูปก่อนกลับ พอถ่ายจนไม่รู้จะถ่ายอะไรแล้วก็กลับไปนั่งเตรียมตัวที่ที่พักอีกสักครึ่งชั่วโมง อ้อ แล้วตอนกลับมานั่งรถไฟที่สถานนีมีร้านแบรนด์เนมชื่อดังเต็มไปหมดและที่เด็ดคือหน้าร้านแต่งกันสวยมาก เห็นแล้วแฟนตาซีสุดๆ ตอนไปสนามบินดันเป็นตอนที่คนน่าจะเลิกงาน คนเยอะมากก กว่าจะได้นั่ง แล้วเหมือนอากาศก็ไม่มี จะเป็นลม เพลียไปจนถึงสนามบินคันไซ … Continue reading เที่ยวคันไซ Part 5 : วันสุดท้ายที่ปราสาทโอซาก้า