อิตาลี 1 :โรม – วาติกัน ย้อนอดีตอารยธรรมฝรั่งมังค่า Italy 1 : Rome – Vatican

หลังจากนอนในสนามบินที่มอสโควอย่างไม่เต็มอิ่ม ก็ถึงเวลาขึ้นเครื่องไปโรมซะที ตอนเช้าว่าจะหาอะไรกินซะหน่อยแต่ แม่เจ้า!!! ของแพงมาก แต่ก็เลือกร้านถูกๆซื้อขนมปังและน้ำกิน ค่อยหายหิวหน่อย บนเครื่องก็ได้กินอาหาร แต่รอบนี้รู้สึกคลื่นไส้ รอบที่แล้วบินมากับ Aeroflot แต่ไม่รู้สึกเลี่ยนอาหารแบบครั้งนี้ พอมาลงที่สนามบิน FCO หรือ Fiumicino ที่โรมก็ผ่านตม.มาอย่างง่ายดาย แอบงงมาก เจ้าหน้าที่เรียกได้ว่าตะวัดหางตาใส่พาสปอร์ตแล้วก็ไม่ได้มองอีกเลย แล้วก็ยิ้มให้เป็นสัญญาณว่าเข้าไปได้ รอดด่านแรกมาได้ก็แอบหวั่นว่ากระเป๋าจะตกเครื่องแบบสองปีก่อนไหมน้า หลังจากอัพเตตัสเฟสบุ๊คว่ารอกระเป๋านาน กระเป๋าก็มาพอดี เดินไปตามป้ายไปหารถไฟเข้าโรม   ตอนนั้นจำได้ว่าเป็นโหมดระวังตัวสุดๆถึงแม้จะป้องกันอย่างดี เพราะได้ยินและได้อ่านมาว่าแม้แต่สถานีรถไฟก็ยังมีขโมยขโจร แต่ตอนนั้นก็รอดมาได้ด้วยดี ซื้อตั๋วกับเจ้าหน้าที่และเอาตั๋วไปตื๊ดที่เครื่องก่อนขึ้น ไม่งั้นจะโดนปรับ เรานั่งตรงที่วางกระเป๋าเลยแล้วก็ชาร์จแบตมือถือและกล้องระหว่างเข้าเมือง หลังจากมาถึงโรมนั้นก็มีหลายเหตุการณ์ประดังประเดแต่ขอข้ามไปหลังจากเก็บของเสร็จและออกเดินเล่นบ่ายนั้นเลย เดินไปเรื่อยๆตามแผนที่ที่โฮสเทลให้มา แถมเดินหลงอีกต่างหาก เห้ออ เป็นคนชอบเที่ยวแต่ไม่เคยอ่านแผนที่แม่นสักรอบถึงแม้จะใช้กูเกิลแมพก็ตาม แต่ก็ไปเจอที่ที่ไม่ได้คิดว่าจะไปเช่นซุ้มยักษ์ที่มีน้ำพุสิงโต หรือแยกน้ำพุที่มีน้ำพุสี่มุม ตอนนั้นพยายามหาน้ำพุเทรวี่ แต่แผนที่งงมาก สรุปคือมันเป็นทางบันไดทีต้องลงไปแล้วเดินไปนิดนึง ลองเสี่ยงดู สรุปเจอ หายเหนื่อย คนเยอะมาก ส่วนใหญ่เป็นเด็กมาทรรศนะศึกษา ดูได้สักพัก็เดินไปซื้อเจลาโตกิน ร้านไม่ได้ดังอะไรมากแค่อยู่ใกล้ๆ รสชาติเหมือนไอติมที่สามารถหากินได้ในไทยเพราะตอนนั้นสั่งรถส้มไป แล้วละลายเร็วมากก มือเหนียวไปหมด กิเนเสร็จก็เดินกลับที่พัก วันนั้นไม่ได้ใช้เงินค่ารถไฟเลยเพราะเป็นคนรักการเดินและขี้เหนียว     … Continue reading อิตาลี 1 :โรม – วาติกัน ย้อนอดีตอารยธรรมฝรั่งมังค่า Italy 1 : Rome – Vatican

ร้านไข่มุกป้าเฉื่อยที่ Lyon – My Tea

อยู่ลียงมาหกเดือนแล้วพึ่งจะเจอสมาคมคนไทย ประกอบด้วยรุ่นน้องธรรมศาสตร์เอกฝรั่งเศสทั้งนั้น วันนี้เรานัดกันอีกหลังจากเมื่อวานเราไปกินร้านอาหารเกาหลีกันมา วันนี้เราจัดร้านชีสเค้กที่ใกล้กับโรงเรียนภาษาของเราและไปต่อด้วยชานมไข่มุก ร้านชานมเป็นร้านที่แคบมาก มีบาร์นั่งได้สี่คน ตอนไปคนแน่นสุดๆ หลายคนมาแล้วก็ท้อออกไป ร้านนี้มีคุณป้าจีนและคาดว่าน่าจะเป็นลูกชายช่วยกันขายสองคน คุณป้าพูดจีนและฝรั่งเศสได้และนางน่ารักมาก มีครั้งนึงนางหรือใครทำอะไรหล่นเสียงดังไม่รู้นางก็ทำท่าตกใจแรง เราก็แอบเม้ากับรุ่นน้องนางคงรู้นางก็ขำใส่ แถมนางทำเนียนใช้งานรุ่นน้องให้เอาหลอดใส่แก้วเพื่อให้คนอื่นหยิบ การทำนั้นนานมาก เลยเรียกว่าป้าเฉื่อยเลยเป็นที่มาของชานมไข่มุกป้าเฉื่อย   เมนูที่นี่มีถือว่าเยอะอยู่ เราสั่งแก้วปกติ 5 ยูโร ถ้าเพิ่มไข่มุขจะ +0.5 ยูโร และที่นี่จะใช่ฟองชีสมาด้านบน แต่เรากินแล้วเหมือนกะทิ แถมกินไปนานๆเลี่ยนมาก แต่เราสั่งชาเขียวมัทฉะ เจ้มจ้นมากกกก มีความรับรู้ถึงผงชาข้นคลั่กในปาก ขมเล็กน้อยแต่ทนได้ ที่นี่เขาไม่ใส่น้ำแข็งแต่เขาจะผสมไปตอนทำแล้วตักออกก่อนเสิร์ฟ จริงๆก็เฉยๆ แต่ถ้าให้กินอีกก็กินได้ ร้านอยู่หลังป้ายรถบัสแถว Hotel de Ville เลย

กินอาหารทะเลแบบฝรั่งเศส ร้าน L ‘ Arôme ณ Marseille

พฤศจิกายน 2017 ไปเที่ยวมาร์เซย Marseille ตอนวันหยุดเสาร์อาทิตย์ นั่งรถไฟจากลียงประมาณชั่วโมงครึ่ง ก็ถึง มาร์กเซยเป็นเมืองใหญ่ที่สุดอันดับ 2 ของฝรั่งเศสรองจากปารีส (อันดับ 3 คือลียง เมืองสุดที่รัก - ต้องอวยหน่อยเพราะอาศัยอยู่เมืองนี้) แดดดีมาก มาอยู่ฝรั่งเศสตอนช่วงหน้าหนาวพอดี เข้าใจแล้วว่าทำไมฝรั่งถึงบ้าแดดเหลือเกิน อยู่ลียงนี่แดดแทบไม่มีแถมฝนตก หนาวอีก มามาร์กเซยไม่ต้องกลัวแดดหมด (ไม่นับตอนกลางคืน) แดดออกตลอดเวลา ลมแรง เย็นสบายมากๆ อยากย้ายเมืองเลย อ่านจากโบรชัวร์ท่องเที่ยวของเมืองได้ใจความว่าเป็นเมืองที่เก่าแก่ที่สุดของฝรั่งเศส เมืองหลักของฝรั่งเศส สามเมืองที่พูดไปได้แก่ ปารีส - มาร์กเซย - ลียง ตามลำดับ เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานตั้งแต่ยุคโรมัน แต่มาร์กเซยเหมือนจะเก่ากว่าใครเพื่อน ด้วยความที่เป็นเมืองท่าตั้งแต่สมัยโบราณ อาหารทะเลเลยมีเยอะมาก ตอนเช้าเสาร์อาทิตย์ริมอ่าวจะมีชาวเมืองมาตั้งร้านขายอาหารทะเลสดๆกัน ได้บรรยากาศดีมาก แต่ด้วยความที่เป็นนักท่องเที่ยวเลยคิดว่าไปกินที่ร้านอาหารดีกว่า ร้านนี้ชื่อ L' Arôme จองมาก่อนล่วงหน้า โชคดีมากเพราะส่วนใหญ่ร้านดังๆจะต้องจองไม่งั้นอด มีหลายคนที่เข้ามาโดยไม่ได้จองก็ต้องคอพับกลับบ้านไป เพื่อนชาวไต้หวันที่เป็นเชฟกระตือรือร้นเรื่องอาหารการกินมาก ร้านนี้ไม่ได้มีดาวมิชลินแต่อย่างใดแต่มิชลินให้เป็นร้านแนะนำ ร้านมีที่นั่งไม่เยอะนับๆดูแล้วจุได้แค่สิบกลุ่ม แต่โต๊ะก็จะมีขนาดต่างๆกันไป มีสองชั้น ชั้นบนจะเป็นเหมือนชั้นลอย … Continue reading กินอาหารทะเลแบบฝรั่งเศส ร้าน L ‘ Arôme ณ Marseille

ตะลุยมอสโควแบบไม่กี่ชั่วโมง – Moscow… a few hours

สิ่งที่ทุกคนจะได้อ่านต่อจากนี้เป็นข้อความที่ยืดยาว เกี่ยวกับการนั่งเครื่องเพื่อไปลงมอสโคว ถ้าไม่อยากอ่านก็ข้ามไปหัวข้อที่ไปถึงมอสโควข้างล่างเลย การเดินทางครั้งนี้เดินทางโดยสายการบิน Aeroflot ซึ่งเราก็ใช้บริการมารอบนี้รอบที่สองแล้ว แต่พอไปบอกเพื่อนฝรั่งชาวเยอรมันหรือฝรั่งเศสมีแต่คนเบ้ปากใส่บอกว่าสายการบินนี้ไม่เสิร์ฟเบียร์บ้าง ระวังเครื่องตกบ้าง มันห่วยมากบ้าง แต่เอาจริงๆเราเฉยๆ รอบที่แล้วก็ดีทุกอย่าง อาหารก็ดี บริการก็ดีขออะไรก็ได้ ก่อนจะขึ้นเครื่องเราต่อแถวตรวจกระเป๋าที่สุวรรณภูมินานมาก แถวยาวขดแล้วได้สี่ห้าตลบ พอออกมาได้ก็รีบวิ่งเลย เกือบตกเครื่อง มีครอบครัวฝรั่งวิ่งหอบลูกน้อยมาถึงพร้อมๆกับเรา ตอนนั้นรู้สึกรอดแล้ว คนยังขึ้นเครื่องไม่หมด   การเดินทางไปมอสโควครั้งก่อนแค่ทรานซิทไม่ถึงชั่วโมง แต่คราวนี้ตั้งใจจะไปเข้าเมืองด้วยเลยจองทรานซิทไปสิบกว่าชั่วโมงไปถึงมอสโควสนามบิน SVO หรือชื่อภาษารัสเซีย(ที่ป่านนี้ก็ยังไม่รู้ว่าออกเสียงกว่ายังไง)ว่า Sheremetyevo Airport ตอนเวลาบ่ายสี่โมงกว่าๆ พอออกจากเครื่องแล้วก็รีบเดินแซงชาวบ้านชาวช่องเพื่อไปยังตม.ก่อน ตอนไปถึงรอบนี้เริ่มไม่มั่นใจว่าจะไปช่องไหนเพราะมันมีช่องทรานซิทและช่องเข้ามอสโคว แต่เราจะมาทรานซิทโดยเข้าไปเที่ยวมอสโควเลยไปลองต่อแถวที่ช่องเข้ามอสโคว เจ้าหน้าที่หน้าเด็กมาก สวยแบบ Femme Fatale เหมือนนางเอกสายลับ ผู้หญิงประเทศนี้ขนาดตำรวจยังสวย พอเรายื่นพาสปอร์ตพร้อมกับตั๋วเครื่องบินให้ดู นางก็ตรวจแล้วก็เงยมาถามว่ามีไฟลท์ไปโรมนี่ เราก็บอกว่าใช่ แต่เวลาบินคือพรุ่งนี้ ตอนนั้นก็ลุ้นๆ แล้วนางก็ถามว่าจะเข้าไปเที่ยวมอสโควใช่มิ เราบอกใช่นางก็ให้เขียนอะไรนิดนึงแล้วก็ให้ผ่าน ง่ายมาก พอออกมา ก็เดินมาชั้นที่มีทางเดินไปยัง Aeroexpress ซึ่งเป็นรถไฟจากสนามบิน SVO เข้าเมืองมอสโคว เ ข้ า ม … Continue reading ตะลุยมอสโควแบบไม่กี่ชั่วโมง – Moscow… a few hours

เที่ยวคันไซ Part 5 : วันสุดท้ายที่ปราสาทโอซาก้า

วันนี้ไม่ได้เขียนบันทึกไว้ จะพยายามขุดคุ้ยข้อมูลความทรงจำในสมองส่วนลึกๆออกมาให้ได้มากที่สุดเพื่อจะเขียนตอนนี้ 9 Dec 2017 วันนี้เป็นวันสุดท้ายแล้ว และคืนนี้ต้องนั่งเครื่องบินกลับบ้าน ตอนเช้าเลยเช็คเอ้าท์และฝากกระเป๋าไว้ที่โรงแรม ถึงแม้จะต้องกลับบ้านแต่ก็มีเวลาวันนึงเต็มๆ วันนี้เรามีจุดหมายสำคัญจุดเดียวคือปราสาทโอซาก้า ส่วนที่นอกเหนือจากนั้นคือไม่ได้วางแผนไว้ อยากไปก็ไป เรานั่งรถไฟอะไรสักอย่างจากที่พักไปลงแถวปราสาทโอซาก้าเลย นานเหมือนกัน เรามาลงตรงแถวสวนสาธารณะหนึ่งแล้วต้องเดินตัดไปเพื่อไปปราสาทโอซาก้า เพื่อนเราบอกว่านางมาหลายรอบแล้ว แต่ไม่เป็นไร ไปอีกรอบก็ได้ ที่นี่ฝรั่งเยอะเหมือนกัน ข้างในปราสาทเป็นพิพิธภัณฑ์มีเครื่องใช้ เช่น ชุดเกราะ ชุดพิธี หรืออาวุธ โชว์ให้ดู ชอบมากก ชุดเกราะสวยมากมีความละเมียด และดีไซน์แปลกๆเยอะมากจนสงสัยว่าจะใส่ไปรบได้จริงหรอ พอดูเสร็จก็เดินผ่านสวนสาธารณะกลับไปขึ้นรถที่สถานีเดิม เดินไกลมากก จากนั้นเราก็นั่งไปลงอุเมดะ (Umeda) เพื่อหาอะไรกินและเดินเล่นแถวๆนั้น เราได้เข้าห้างห้างนึงมีทุกอย่างตั้งแต่เครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า มือถือ เหนื่อยมาก แต่ก็ไม่มีใครได้อะไร พอเหนื่อยเราก็เดินไปยังอีกห้าง ลืมชื่อไปแล้ว มันจะมีชิงช้าสวรรค์อยู่บนห้าง เรามานั่งกินขนมหวานกันเพื่อรอเวลากลับไปเอากระเป๋าที่ที่พัก ออกจากอุเมะดะกลับมาที่พักก็ยังเหลือเวลา เลยบอกเพื่อนว่าอยากไปเดินเล่นแถวหอคอยสมัยสงครามโลก จะได้ไปถ่ายรูปก่อนกลับ พอถ่ายจนไม่รู้จะถ่ายอะไรแล้วก็กลับไปนั่งเตรียมตัวที่ที่พักอีกสักครึ่งชั่วโมง อ้อ แล้วตอนกลับมานั่งรถไฟที่สถานนีมีร้านแบรนด์เนมชื่อดังเต็มไปหมดและที่เด็ดคือหน้าร้านแต่งกันสวยมาก เห็นแล้วแฟนตาซีสุดๆ ตอนไปสนามบินดันเป็นตอนที่คนน่าจะเลิกงาน คนเยอะมากก กว่าจะได้นั่ง แล้วเหมือนอากาศก็ไม่มี จะเป็นลม เพลียไปจนถึงสนามบินคันไซ … Continue reading เที่ยวคันไซ Part 5 : วันสุดท้ายที่ปราสาทโอซาก้า

เที่ยวคันไซ Part 4 : ช็อปปิ้งโอซาก้าและกินเนื้อที่โกเบ

6 Dec 2016 ออกจากเกียวโตและไปค้างโอซาก้าสองคืน การไปสถานีเกียวโตทุลักทุเลพอสมควรเพราะต้องหอบกระเป๋าขึ้นบัสแถมยังนั่งผิดๆถูกๆ ไปลงแถวไหนไม่รู้แต่ใกล้ๆมีใต้ดินเลย เลยตัดสินใจนั่งไปลงสถานีเกียวโตและต่อไปยังโอซาก้าเลย แถมบนรถไฟไปโอซาก้าตอนแรกก็ไม่ได้นั่งด้วยเกือบครึ่งชม. พอไปถึงโรงแรมที่โอซาก้าก็เที่ยงตรงพอดีแต่ยังไม่ถึงเวลาเช็คอิน เลยฝากกระเป๋าและออกไปเดินเล่นที่นัมบะกัน เราคาดหวังกับโอซาก้าไว้มากแต่ก็ได้แค่คาดหวัง จริงๆมันก็ดีนะชอบย่านนัมบะที่สุดละ นอกนั้นก็เฉยๆ ความรู้สึกมันเหมือนเมืองในยุคสมัยสงครามโลก บ้านช่องเขาไม่ได้โทรมหรืออะไรแต่บรรยากาศมันดูเก่าๆ เหมือนยังถูกแช่แข็งจากยุคนั้น ยิ่งเราพักย่านชินเซไก/โดบุทสึเอ็นมาเอะ (Dubutsuenmae)ยิ่งเหมือนอยู่ในยุคเก่าๆเข้าไปอีก นัมบะ เรามาถึงกันตอนบ่ายๆ แดดยังแรงและคนก็เยอะ แผนของเราคือมาหาอาหารกลางวันกิน เดินเล่น ซื้อของและไปกินPablo ชีสทาร์ต ประเด็นคือหนึ่งเดือนก่อนมาญี่ปุ่น Pablo มาเปิดที่พารากอน แล้วเราไม่สู้ที่จะรอต่อแถวยาวเลยอดใจรออีกเดือนมากินที่นี่ (ตอนนี้ที่พารากอนคนปกติแล้ว ไม่มีการไปต่อคิวยาวๆ) กินข้าวก็ร้านทั่วๆไป นั่งชั้นสองดูวิวแม่น้ำจากหน้าต่าง Pablo ก็ดีนะแต่ก็ไม่ได้ว้าวอะไรมากมายแต่ก็ไม่ได้เสียดายตัง ถือว่าจ่ายเงินซื้อประสบการณ์ คิดแบบนี้แล้วทุกอย่างจะดูคุ้มค่าทันที พอเริ่มมืดเราก็ไปถ่ายรูปแถวป้าย Glico อันโด่งดัง หลังจากนั้นก็เดินไปช็อปกัน เพื่อนได้LUSH มาอีกแล้ว ส่วนเราได้ DHC มาให้แม่ ฟินมาก หลังจากที่มันปิดตัวลงที่ไทย เป็นแบรนด์ที่ทำให้หน้าเราตอนม.4  ม.5 ดีขึ้นมากกก ร้านที่นี่ใหญ่มาก เดินเพลินจริงๆ อยากซื้อไปหมดเลย เดินนัมบะจนอิ่มหนำและเริ่มเมื่อยก็นั่งรถกลับไปแถวที่พักและเดินไปย่านชินเซไกหรือแถวหอคอย … Continue reading เที่ยวคันไซ Part 4 : ช็อปปิ้งโอซาก้าและกินเนื้อที่โกเบ

เที่ยวคันไซ Part 3 : เกียวโต ตามหาอิคคิวซังที่วัดทอง คินคะคุจิ สวนหินเซ็นที่เรียวอันจิ และเดินชิลที่อาราชิยาม่า

วันนี้เป็นการเที่ยวเกียวโตวันสุดท้าย รู้สึกชอบที่นี่มาก ก่อนที่จะมาได้จองรร.ที่โอซาก้าไว้ 6 คืนรวด กะว่าจะนั่งรถออกจากโอซาก้าไปเที่ยวเมืองรอบๆ แต่มีเพื่อนที่เรียนที่เกียวโตชวนไปนอนด้วย เลยตกลง ตอนแรกก็คิดว่าต้องน่าเบื่อแน่ๆ แต่ที่ไหนได้กลับชอบเกียวโตมากและจนตอนนี้ก็ยังรู้สึกชอบมากกว่าโอซาก้าทั้งๆที่ก่อนไปคิดว่าตัวเองต้องชอบโอซาก้ามากกว่าแน่ๆ   5 Dec 2016 วันนี้ออกจากหอเพื่อนแถวอิมาเดะกาว่าที่เดิม (Imadegawa) ข้ามถนนและนั่งรถบัสสาย 100 (ใช้บัสพาสอีกวัน 500 เยน) เพื่อไปวัดคินคะคุจิ (Kinkakuji) หรือวัดทองอันโด่งดัง ตอนขึ้นก็ไม่แน่ใจว่าจะไปถูกไหม เพื่อนบอกแค่ว่าให้ขึ้นสายนี้ พอขึ้นไปสักพักก็มีนักเรียนมัธยมขึ้นมาเรื่อยๆก็คิดว่าน่าจะถูก แล้วตอนลงก็ลงไปพร้อมกับเด็กๆพวกนั้น ค่าเข้าคินคะคุจิคนละ 4oo เยน พอซื้อตั๋วก็ยื่นให้คนที่เฝ้าประตูดู เขาก็จะให้เราเดินเข้ามาตามทาง เมื่อเดินมาถึงศาลากลางน้ำ เจ้าหน้าที่จะบังคับให้คนที่เดินเข้ามาใหม่เดินไปทางเดียวกัน คือไปยังจุดถ่ายรูปแมสๆคู่กับศาลากลางน้ำของวัดทอง แล้วพอถ่ายจนอิ่มหนำ ก็เดินเลี้ยวซ้ายออกไปชมส่วนอื่นบริเวณวัด วันนั้นคนเยอะพอควรแต่ไม่ได้เยอะมากจนเบียดเสียดกันเหมือนตอนดูยูทูบ คนที่ถ่ายยูทูบเขาไปวันฝนตกแถมคนเยอะมากเบียดเสียดกันกว่าจะถ่ายได้ เราก็กลัวแต่ความเป็นจริงก็ถ่ายได้สบายๆเลย ต่อคิวเล็กน้อย พอคนอื่นออกจากฉากเขาก็วิ่งไปสวมที่แทน ความจริงพึ่งรู้ก่อนไปว่าศาลากลางน้ำสีทองนั่นไม่ใช่วัดแต่มันคือศาลาเท่านั้น เราเห็นใครไปที่นี่ก็ถ่ายแต่รูปนี้เลยคิดไปเองว่าศาลานั้นคือวัด จริงๆแล้ววัดอยู่ด้านหลัง เงียบๆเล็กๆ หลังจากดูศาลาเสร็จก็เดินไปตามทางเดินเรื่อยๆ ขึ้นเนินมองลงมาเห็นศาลาด้านหลัง แล้วก็เดินต่อไปจนถึงทางออก จากนั้นเราตกลงกันไม่ได้ว่าจะไปแวะเรียวอันจิก่อนไหมหรือจะตรงไปอาราชิยาม่าเลย จริงๆก็ไม่รู้หรอกว่าเรียวอันจิมีอะไรดีนอกจากสวนหิน ก่อนจะตัดสินใจได้เราก็เดินหลงนิดๆแล้วมาขึ้นรถบัสสาย 59 บนรถเราก็ยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะนั่งสายนี้ไปอาราชิยาม่าเลยหรือจะแวะลงเรียวอันจิ … Continue reading เที่ยวคันไซ Part 3 : เกียวโต ตามหาอิคคิวซังที่วัดทอง คินคะคุจิ สวนหินเซ็นที่เรียวอันจิ และเดินชิลที่อาราชิยาม่า